top of page

รับยิงแอดผู้รับเหมาก่อสร้างควรทำการตลาดอย่างไร? จากงานบอกต่อ สู่การหาลูกค้าออนไลน์อย่างเป็นระบบ

Writer: Peeranat Phomee
Peeranat Phomee
Jul 24
3 min read

Updated: Aug 24


รับยิงแอดผู้รับเหมาก่อสร้าง

งานบอกต่อคือสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดในเวลาเดียวกัน

ถ้าคุณทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รับสร้างบ้าน หรือรับต่อเติม, รีโนเวท เราเดาว่างานส่วนใหญ่ที่คุณได้มาตลอดหลายปีมาจากสองทางนี้

หนึ่ง คือลูกค้าเก่าที่พอใจแล้วแนะนำต่อ สอง คือคนรู้จักของคนรู้จักอีกที ที่ได้ยินชื่อคุณมาจากใครสักคน

และมันเป็นระบบที่ดีมากจริง ๆ เพราะลูกค้าที่มาจากการบอกต่อ เชื่อใจคุณตั้งแต่ยังไม่ได้คุยกัน ต่อราคาน้อยกว่า ตัดสินใจเร็วกว่า และปิดงานง่ายกว่าลูกค้าที่มาจากช่องทางอื่นหลายเท่า มีข้อมูลที่ระบุว่าราว 92% ของผู้บริโภคเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนหรือคนในครอบครัวมากกว่าโฆษณาทุกรูปแบบ ซึ่งตรงกับที่คุณเจอมาตลอด

แต่ปัญหาของการบอกต่อไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ มันอยู่ที่ "การควบคุมไม่ได้"

คุณไม่รู้ว่าเดือนหน้าจะมีคนแนะนำคุณกี่คน คุณไม่รู้ว่าไตรมาสหน้าจะมีงานเข้ามาไหม บางเดือนงานล้นจนต้องปฏิเสธ บางเดือนทีมช่างว่างแต่ค่าใช้จ่ายประจำยังเดินอยู่ทุกวัน และที่สำคัญที่สุดคือ วงสังคมของคุณมีขนาดจำกัด เมื่อคุณดึงงานจากวงนั้นจนหมดแล้ว การเติบโตก็จะหยุดอยู่แค่นั้น


นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวคุณ ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีชี้ว่าผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและรายเล็ก (SMEs) ในไทยเป็นกลุ่มที่มี ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงิน เป็นพิเศษ ท่ามกลางต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้นและการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนก่อสร้างในโครงการที่อยู่อาศัยปี 2567 หดตัวราว 5.8%

พูดง่าย ๆ คือ ตลาดไม่ได้โตขึ้นเอง ใครที่ยังรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาอย่างเดียว จะเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ

การตลาดออนไลน์ไม่ได้มาแทนที่การบอกต่อ แต่มาเป็นตัวขยายมัน จากที่ลูกค้าเก่าแนะนำคุณให้เพื่อน 3 คน ออนไลน์ทำให้ผลงานเดียวกันนั้นถูกเห็นโดยคนแปลกหน้าอีก 30,000 คนในพื้นที่ที่คุณรับงาน

ทำไมออนไลน์ถึงเป็นตัว Leverage ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับผู้รับเหมา

หัวใจของการปิดงานรับเหมาคือ "ความไว้ใจ" ไม่ใช่ราคา

ลูกค้าที่กำลังจะจ่ายเงินหลักแสนถึงหลายล้านให้คนที่เขาไม่เคยรู้จัก มีความกลัวอยู่ในหัวตลอดเวลา — กลัวโดนทิ้งงาน กลัวงบบานปลาย กลัวงานไม่ได้มาตรฐาน กลัวติดต่อไม่ได้เมื่อมีปัญหา


สิ่งที่การตลาดออนไลน์ทำได้ดีที่สุดคือ การสร้างความรู้สึก "เหมือนรู้จักกันมาก่อน" ให้กับคนที่ไม่เคยเจอคุณเลย ผ่านการที่เขาเห็นผลงานคุณซ้ำ ๆ เห็นหน้างานจริง เห็นลูกค้าเก่าพูดถึงคุณ จนถึงวันที่เขาต้องการจ้างใครสักคน ชื่อคุณจะเป็นชื่อแรกที่เขานึกถึง


ข้อมูลจาก GWI ระบุว่าผู้บริโภคใช้แหล่งข้อมูลเฉลี่ย 5.8 แหล่ง ก่อนตัดสินใจ โดย Search engine อยู่ที่ราว 32.8% และโฆษณาบนโซเชียลราว 29.7% แปลว่าลูกค้าไม่ได้เจอคุณที่เดียวแล้วจ้างเลย แต่เขาจะ เห็นคุณหลายที่ แล้วค่อยเชื่อ


และที่สำคัญ แม้แต่ลูกค้าที่มาจากการบอกต่อ ก็จะเสิร์ชชื่อบริษัทคุณดูก่อนเซ็นสัญญาเสมอ ถ้าเสิร์ชแล้วไม่เจออะไรเลย ความเชื่อมั่นที่คนแนะนำสร้างไว้ให้จะหายไปทันที

รับยิงแอดผู้รับเหมาก่อสร้างควรใช้แพลตฟอร์มไหน และใช้เพื่ออะไร

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเลือกช่องทางเดียว ความจริงคือแต่ละช่องทางมี "หน้าที่" ต่างกัน และต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบ

1. Google Search เก็บลูกค้าที่พร้อมจ้างอยู่แล้ว

นี่คือช่องทางที่ให้ Lead คุณภาพสูงที่สุดสำหรับธุรกิจรับเหมา เพราะคนที่พิมพ์ค้นหาคำว่า "รับเหมาก่อสร้าง ชลบุรี" หรือ รับต่อเติมบ้าน ราคา คือคนที่มีความต้องการแล้วจริง ๆ ไม่ต้องไปสร้างความอยากให้เขา ข้อควรรู้คือ หมวดบ้านและการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเป็นหมวดที่ค่าคลิกแพงที่สุดกลุ่มต้น ๆ ของ


Google Ads โดยข้อมูลจาก WordStream ระบุว่าอยู่ที่ราว 8.33 ดอลลาร์ต่อคลิก สูงเป็นอันดับสองรองจากหมวดกฎหมาย แต่มันคุ้ม เพราะมูลค่างานหนึ่งงานของคุณสูงมาก การได้ลูกค้าหนึ่งรายอาจคืนค่าโฆษณาทั้งเดือนได้ในทันที หน้าที่ของช่องทางนี้: เก็บดีมานด์ที่มีอยู่แล้ว → สร้าง Lead ที่พร้อมคุยราคา

2. Google Business Profile ด่านความน่าเชื่อถือที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถ้าคุณยังไม่ได้ทำ ให้ทำวันนี้ ลูกค้าที่ค้นหาผู้รับเหมาในพื้นที่จะเห็นแผนที่ก่อนเห็นเว็บไซต์ และรีวิวดาวที่ปรากฏตรงนั้นคือสิ่งที่ตัดสินว่าเขาจะกดโทรหาคุณหรือกดโทรหาคู่แข่ง

หน้าที่ของช่องทางนี้: สร้างความน่าเชื่อถือระดับท้องถิ่น + รับสายตรง

3. Facebook สร้างการรับรู้และตามติดจนกว่าจะตัดสินใจ

กลุ่มคนที่ตัดสินใจสร้างบ้าน ต่อเติม หรือจ้างงานโครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35–55 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังใช้ Facebook หนักที่สุดในไทย โดยแพลตฟอร์มนี้เข้าถึงผู้ใช้ในไทยราว 51 ล้านบัญชี

Facebook เหมาะกับสองงาน คือ การแสดงผลงาน ให้คนในพื้นที่เห็นซ้ำ ๆ และ การทำ Remarketing ตามคนที่เคยดูเว็บไซต์หรือดูวิดีโอของคุณ ซึ่งสำคัญมากเพราะวงจรการตัดสินใจของงานก่อสร้างยาว 1–6 เดือน คนที่ทักวันนี้อาจตัดสินใจอีกสามเดือนข้างหน้า ถ้าคุณหายไปจากสายตาเขา งานก็จะไปอยู่กับคนที่ยังอยู่

หน้าที่ของช่องทางนี้: สร้างการรับรู้ + สะสมความเชื่อใจ + ตามติดจนปิดการขาย

4. TikTok ต้นทุนการเข้าถึงที่ถูกที่สุด และงานคุณคือคอนเทนต์อยู่แล้ว

หลายคนคิดว่า TikTok ไม่เหมาะกับธุรกิจรับเหมา ซึ่งตรงกันข้ามเลย เพราะ งานก่อสร้างเป็นคอนเทนต์ที่คนดูโดยธรรมชาติ คลิปเทปูน คลิปงานฝ้า คลิปรีโนเวทก่อน–หลัง เป็นประเภทคอนเทนต์ที่มียอดดูสูงมากโดยไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรเลย

และงบโฆษณา TikTok ในไทยโตขึ้นถึง 63% จนแซง YouTube ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาด ตามรายงานของ DAAT ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยย้ายเวลาไปอยู่ตรงนั้นจริง

หน้าที่ของช่องทางนี้: สร้างการรับรู้ในวงกว้างด้วยต้นทุนต่ำ + สร้างภาพลักษณ์ทีมงานมืออาชีพ

5. LINE OA ด่านปิดการขาย

ในไทย ไม่มีใครโอนเงินก้อนใหญ่ผ่านการคุยในกล่องข้อความ Facebook ทุกอย่างจะย้ายมาจบที่ LINE เสมอ ทั้งการส่งแบบ ส่งใบเสนอราคา ส่งรูปอัปเดตหน้างาน และการติดตามงวดงาน

LINE เข้าถึงผู้ใช้ในไทยราว 56 ล้านบัญชี ซึ่งมากที่สุดในบรรดาทุกแพลตฟอร์ม การมี LINE OA ที่ตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติไว้ดี ๆ จะช่วยไม่ให้คุณเสีย Lead ตอนกลางคืนหรือตอนที่คุณอยู่หน้างาน

หน้าที่ของช่องทางนี้: รับ Lead + ปิดการขาย + ดูแลลูกค้าระยะยาว

6. YouTube คลังผลงานที่อยู่ถาวร

คลิปยาวที่พาชมบ้านที่สร้างเสร็จ หรือคลิปสัมภาษณ์ลูกค้าแบบเต็ม ๆ คือสิ่งที่ลูกค้าจะเปิดดูตอนกำลังลังเลก่อนตัดสินใจ ควรมีไว้เป็นคลังอ้างอิง ไม่จำเป็นต้องลงบ่อย แต่ต้องมี


งบเริ่มต้นเดือนแรก: แนะนำไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท

เราขอพูดตรง ๆ ว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไม่ควรเริ่มด้วยงบต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ด้วยเหตุผล 3 ข้อ

  1. ค่าคลิกในหมวดนี้แพง อย่างที่บอกไปว่าหมวดบ้านและการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเป็นหมวดที่ CPC สูงติดอันดับต้น ๆ ถ้างบน้อยเกินไป คุณจะได้คลิกไม่กี่สิบครั้งต่อเดือน ซึ่งไม่พอจะสรุปอะไรได้เลย

  2. วงจรการตัดสินใจยาว ลูกค้าไม่ได้เห็นโฆษณาแล้วทักทันทีเหมือนซื้อเสื้อผ้า เขาต้องเห็นซ้ำหลายครั้ง ซึ่งต้องใช้งบสะสม

  3. ต้องเปิดอย่างน้อย 2 ช่องทาง เพื่อรู้ว่าช่องทางไหนให้ต้นทุนต่อ Lead ถูกกว่า

ตัวอย่างการแบ่งงบ 20,000 บาท ในเดือนแรก

สัดส่วน

งบประมาณ

ใช้ทำอะไร

50%

10,000 บาท

Google Search — เจาะคำค้นหาที่มีความตั้งใจสูงในพื้นที่ที่รับงาน

35%

7,000 บาท

Facebook / TikTok — แสดงผลงานและสร้างการรับรู้ในรัศมีพื้นที่เป้าหมาย

15%

3,000 บาท

Remarketing + ตั้งค่าระบบวัดผล (Pixel, Conversion Tracking, LINE)

หมายเหตุสำคัญ: สัดส่วนนี้เป็นกรอบตั้งต้น ต้องปรับตามประเภทงานของคุณ รับสร้างบ้าน / ต่อเติม / รีโนเวท (B2C) → น้ำหนักไปทาง Google Search มากกว่า เพราะคนค้นหาเอง งานโครงการ / งานโรงงาน / รับเหมาช่วง (B2B) → น้ำหนักไปทาง Facebook และ LinkedIn มากกว่า เพราะต้องสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ตัดสินใจก่อน งานตกแต่งภายใน / งานที่ขายด้วยภาพ → เพิ่มน้ำหนักฝั่ง TikTok และ Instagram

ข้อสำคัญที่สุด: อย่ากดยิงแอด ถ้าคอนเทนต์ยังไม่พร้อม

นี่คือความผิดพลาดอันดับหนึ่งของการรับยิงแอดผู้รับเหมา ที่เราเห็นบ่อยที่สุดในธุรกิจรับเหมา

เจ้าของธุรกิจตื่นเต้น อยากได้ลูกค้าเร็ว เลยเปิดเพจใหม่วันนี้ แล้วกดยิงแอดพรุ่งนี้ ผลคือคนกดเข้ามาดูเพจแล้วเจอโพสต์ 3 โพสต์ รูปไม่ครบ ไม่มีรีวิว ไม่มีผลงาน — แล้วเขาก็กดออกไป

คุณเพิ่งจ่ายเงินเพื่อให้คนแปลกหน้ามาเห็นว่าคุณดูไม่น่าเชื่อถือ


มีข้อมูลระบุว่าราว 91% ของผู้ใช้คาดหวังว่าจะเห็นหลักฐานความน่าเชื่อถือ (Social Proof) ก่อนจะลงมือทำอะไรก็ตาม ยิ่งเป็นการตัดสินใจจ้างงานหลักแสนหลักล้าน ความคาดหวังนี้ยิ่งสูงขึ้นไปอีก

เช็กลิสต์ที่ต้องมีครบก่อนกดยิงแอดบาทแรก

  • ✅ คอนเทนต์บนเพจอย่างน้อย 8–12 ชิ้น ที่มีทั้งภาพผลงาน วิดีโอ และข้อมูลบริการ

  • ✅ อัลบั้มผลงานจริงอย่างน้อย 3–5 โครงการ พร้อมภาพก่อน–หลัง

  • ✅ ข้อมูลติดต่อครบ ทั้งเบอร์โทร LINE OA และที่ตั้ง

  • ✅ ข้อมูลบริษัทที่ชัดเจน จดทะเบียนถูกต้อง มีทีมงาน มีที่อยู่จริง

  • ✅ คนที่พร้อมตอบแชทภายใน 1 ชั่วโมง (Lead งานก่อสร้างเน่าเร็วมาก)

  • ✅ ติดตั้งระบบวัดผลเรียบร้อย



แล้วควรพรีเซนต์อะไรในคอนเทนต์และคลิป?

ส่วนนี้คือหัวใจ เพราะคอนเทนต์คือสิ่งที่ตัดสินว่าเงินค่าโฆษณาของคุณจะกลายเป็นลูกค้า หรือกลายเป็นแค่ยอด Reach


1. Testimonial ลูกค้าจริง อาวุธที่ทรงพลังที่สุด

ถ้าคุณทำได้แค่อย่างเดียว ให้ทำอันนี้

ข้อมูลชี้ว่าราว 79% ของผู้ชมบอกว่าคลิปรีวิวจากลูกค้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และราว 82% ของผู้บริโภคเชื่อคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างมากกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์สร้างเอง ซึ่งเข้าใจได้ เพราะคุณพูดเองว่าคุณดี ใครก็พูดได้ แต่พอลูกค้าที่จ่ายเงินจริงมานั่งพูด มันคนละน้ำหนักกันเลย

โครงสร้างสคริปต์ที่ใช้ได้จริง (ความยาว 60–90 วินาที)

  1. ก่อนเจอเรา คุณกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด ให้ลูกค้าพูดความกลัวออกมา เพราะคนดูกลัวเหมือนกัน

  2. ทำไมถึงเลือกทีมนี้ เหตุผลจริงจากปากลูกค้า

  3. ระหว่างทำงานเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารและการแก้ปัญหาหน้างาน

  4. ผลลัพธ์ที่ได้ พร้อมภาพงานจริงประกอบ

  5. จะแนะนำให้คนอื่นไหม ปิดด้วยประโยคที่ทรงพลังที่สุด

เคล็ดลับ: อย่าให้ลูกค้าท่องบท ให้ถามเป็นคำถามแล้วปล่อยให้เขาพูดเอง ความไม่เนี้ยบนิดหน่อยคือสิ่งที่ทำให้คลิปดูจริงและน่าเชื่อ

2. ภาพและคลิปอัปเดตหน้างาน — ขายความโปร่งใส

ความกลัวอันดับหนึ่งของคนจ้างผู้รับเหมาคือ "กลัวโดนทิ้งงาน"

การโพสต์อัปเดตหน้างานสม่ำเสมอ คือการตอบความกลัวนั้นโดยไม่ต้องพูดสักคำ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณมีงานจริง ทำงานจริง และมีระบบติดตามความคืบหน้าให้ลูกค้า

รูปแบบที่แนะนำ

  • คลิปไทม์แลปส์ความคืบหน้าโครงการตั้งแต่ตอกเสาเข็มถึงส่งมอบ

  • ภาพรายสัปดาห์พร้อมแคปชันสั้น ๆ ว่าสัปดาห์นี้ทำอะไรไปบ้าง

  • คลิปสั้นตอนตรวจงาน ตรวจวัสดุ ตรวจระดับน้ำ — แสดงมาตรฐานการทำงาน

3. คอนเทนต์ก่อน–หลัง (Before & After)

นี่คือคอนเทนต์ที่ได้ยอดเข้าถึงสูงที่สุดในหมวดนี้อย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะงานรีโนเวทและงานตกแต่งภายใน จุดสำคัญคือ ต้องถ่ายภาพ "ก่อน" ไว้เสมอ ซึ่งผู้รับเหมาส่วนใหญ่ลืมทำ แล้วมาเสียดายทีหลัง

ทำเป็นคลิปสั้น 15–30 วินาที เปิดด้วยภาพ "ก่อน" ที่ดูแย่ที่สุด แล้วตัดเข้าภาพ "หลัง" ในจังหวะที่พอดี

4. คอนเทนต์เชิงให้ความรู้ (Educate) — สร้างสถานะผู้เชี่ยวชาญ

คอนเทนต์ประเภทนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณเปลี่ยนจาก "ผู้รับเหมาคนหนึ่ง" เป็น "ผู้เชี่ยวชาญที่ควรปรึกษา" และมันดึงคนที่ยังไม่พร้อมจ้างวันนี้ให้เข้ามาอยู่ในสายตาคุณก่อนคู่แข่ง

หัวข้อที่ใช้ได้จริงและคนไทยค้นหาเยอะ

  • ราคาต่อตารางเมตรคิดกันยังไง อะไรที่รวมและไม่รวมในราคา

  • BOQ คืออะไร ลูกค้าควรดูอะไรบ้างก่อนเซ็น

  • ทำไมผู้รับเหมาถึงทิ้งงาน และจะเลือกยังไงไม่ให้เจอ

  • การแบ่งงวดงานที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายควรเป็นแบบไหน

  • ต่อเติมแบบไหนต้องขออนุญาต แบบไหนไม่ต้อง

  • วัสดุแบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว

  • สัญญาจ้างเหมาควรมีข้อไหนบ้างเพื่อป้องกันตัวเอง

จุดที่หลายคนกลัว: "ถ้าสอนหมด ลูกค้าจะไปทำเองไหม" คำตอบคือไม่ครับ เพราะยิ่งเขารู้มาก เขายิ่งรู้ว่างานนี้ยาก และยิ่งอยากจ้างคนที่รู้จริง ซึ่งก็คือคุณ

5. เบื้องหลังทีมงาน

ให้เห็นหน้าคน เห็นทีมช่าง เห็นวิศวกร เห็นออฟฟิศ เพราะสิ่งที่ลูกค้ากลัวที่สุดคือการโอนเงินให้กับ "บริษัทที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงไหม" การให้เห็นคนจริงคือการลดความกลัวนั้นโดยตรง

6. คอนเทนต์ตอบข้อโต้แย้ง

พูดถึงเรื่องที่คู่แข่งไม่กล้าพูด เช่น การรับประกันผลงานกี่ปี ครอบคลุมอะไร มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไหม ถ้างานล่าช้าจะรับผิดชอบยังไง — ความกล้าพูดเรื่องพวกนี้คือสิ่งที่แยกคุณออกจากผู้รับเหมาทั่วไปทันที

วัดผลอะไรถึงจะรู้ว่าคุ้ม

อย่าวัดที่ยอดไลก์หรือยอดวิว ให้วัดที่ตัวเลขเหล่านี้แทน

  • จำนวนคนทักหรือโทรเข้ามาต่อเดือน

  • ต้นทุนต่อ Lead หนึ่งราย (งบโฆษณา ÷ จำนวน Lead)

  • อัตราการนัดดูหน้างานหรือส่งใบเสนอราคา

  • อัตราการปิดงาน และมูลค่างานเฉลี่ยต่อราย

ถ้าต้นทุนต่อ Lead อยู่ที่ 800 บาท และคุณปิดได้ 1 ใน 10 ราย แปลว่าต้นทุนต่อการได้งานหนึ่งงานคือ 8,000 บาท ถ้างานหนึ่งงานทำกำไรได้หลักหมื่นถึงหลักแสน คำถามว่า "คุ้มไหม" ก็ตอบตัวเองได้ทันที

อยากหาลูกค้าออนไลน์เพิ่ม เริ่มต้นกับ Eruption Digital ได้เลย

ทั้งหมดนี้ทำเองได้ครับ แต่สิ่งที่เราเห็นบ่อยคือเจ้าของธุรกิจรับเหมามีเวลาไม่พอ เพราะต้องอยู่หน้างาน คุมทีมช่าง เคลียร์ปัญหาหน้าไซต์ และคุยกับลูกค้าเก่าไปพร้อมกัน สุดท้ายคอนเทนต์ก็ค้าง แอดก็ไม่มีคนดู และงบก็ละลายไปโดยไม่รู้สาเหตุ

ที่ Eruption Digital เรามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่งภายใน และอสังหาริมทรัพย์ เราเข้าใจว่าธุรกิจนี้ขายด้วยความไว้ใจ ไม่ใช่ขายด้วยส่วนลด เข้าใจว่าวงจรการตัดสินใจยาว และเข้าใจว่า Lead หนึ่งรายของคุณมีมูลค่าสูงแค่ไหน

เราดูแลให้ครบตั้งแต่วางกลยุทธ์ ผลิตคอนเทนต์ ถ่ายทำคลิปรีวิวลูกค้า ยิงโฆษณา ไปจนถึงติดตั้งระบบวัดผลและ LINE OA เพื่อให้ทุกบาทที่ลงไปตามรอยได้ว่ากลายเป็นงานจริงกี่งาน

📞 ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้เราช่วยดูว่าธุรกิจคุณควรเริ่มจากช่องทางไหน LINE: @eruptiondgt | โทร: 062-515-9877 เว็บไซต์: eruption-digital.com

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
bottom of page