top of page

YouTube Ads คืออะไร วิธีทำโฆษณา YouTube ให้ได้ผลสำหรับ SME ไทย ปี 2026

Writer: Peeranat Phomee
Peeranat Phomee
4 days ago
2 min read

YouTube Ads คืออะไร วิธีทำโฆษณา YouTube ให้ได้ผลสำหรับ SME ไทย ปี 2026

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มวิดีโอที่คนไทยใช้มากที่สุด YouTube ยังคงครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุดชี้ว่าคนไทยกว่า 40 ล้านคนใช้งาน YouTube ทุกเดือน และใช้เวลาดูวิดีโอเฉลี่ยมากกว่า 40 นาทีต่อวัน นั่นหมายความว่าทุกวันมีโอกาสมหาศาลรอให้ธุรกิจคุณเข้าไปหาลูกค้าใหม่ผ่านระบบโฆษณาที่ชื่อว่า YouTube Ads

แต่หลายธุรกิจ SME ยังลังเลที่จะเริ่ม เพราะคิดว่าต้องใช้งบสูง ต้องทำวิดีโอสวยมาก หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ YouTube Ads คืออะไร มีกี่ประเภท ตั้งงบเท่าไหร่ และวิธีทำให้ได้ผลลัพธ์จริงสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง

YouTube Ads คืออะไร

YouTube Ads คือระบบโฆษณาบน YouTube ที่ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม Google Ads เนื่องจาก YouTube เป็นบริษัทในเครือ Google มาตั้งแต่ปี 2006 ระบบนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถแสดงโฆษณาวิดีโอ รูปภาพ หรือข้อความต่อผู้ใช้งานที่กำลังดูวิดีโอบน YouTube ได้อย่างแม่นยำ

จุดเด่นของ YouTube Ads ที่ทำให้แตกต่างจากโฆษณาช่องทางอื่นคือ คุณสามารถเข้าถึงคนได้ในช่วงที่พวกเขากำลังให้ความสนใจกับเนื้อหาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่เลื่อนผ่านฟีด ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Google ยังมีข้อมูลเชิงลึกมหาศาลทั้งจากการค้นหา Google ประวัติการดู YouTube และพฤติกรรมการใช้งานแอปต่างๆ ทำให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายทำได้แม่นยำมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น

ประเภทของ YouTube Ads ที่ควรรู้จัก

YouTube Ads มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์และงบประมาณ ดังนี้

1. Skippable In-Stream Ads (โฆษณาข้ามได้)

คือโฆษณาวิดีโอที่เล่นก่อนหรือระหว่างวิดีโอหลัก ผู้ชมสามารถกดข้ามได้หลังจาก 5 วินาที คุณจะถูกคิดเงินก็ต่อเมื่อคนดูวิดีโอของคุณครบ 30 วินาที หรือกดคลิกลิงก์ของคุณ นี่คือรูปแบบที่นิยมที่สุดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับ SME เพราะถ้าคนข้ามโฆษณา คุณไม่เสียเงินเลย แต่คนที่ดูจนถึงวินาทีที่ 30 แปลว่ามีความสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณจริงๆ

2. Non-Skippable In-Stream Ads (โฆษณาข้ามไม่ได้)

โฆษณาความยาว 15-20 วินาทีที่ผู้ชมต้องดูจนจบก่อนจะดูวิดีโอหลักได้ เหมาะสำหรับแคมเปญที่ต้องการสื่อสารข้อความครบถ้วน เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือโปรโมชันที่มีรายละเอียดสำคัญ คิดเงินแบบ CPM คือคิดตามจำนวนครั้งที่แสดงผล

3. Bumper Ads (โฆษณาสั้น 6 วินาที)

โฆษณาวิดีโอสั้นเพียง 6 วินาที ข้ามไม่ได้ เหมาะมากสำหรับการสร้าง Brand Awareness หรือเป็นส่วนเสริมของแคมเปญหลัก ราคาถูกและสามารถเข้าถึงคนได้กว้างมาก มักใช้คู่กับ Skippable Ads เพื่อเพิ่มความถี่ในการเห็นโฆษณา

4. In-Feed Video Ads (โฆษณาในฟีดค้นหา)

โฆษณาที่แสดงในผลการค้นหา YouTube หน้าแรกของ YouTube หรือในคอลัมน์แนะนำวิดีโอ เหมาะมากสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงคนที่กำลังค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการโดยตรง คนที่คลิกมาดูถือว่ามี Intent สูงและมีโอกาสแปลงเป็นลูกค้าสูง

ทำไม SME ไทยต้องใช้ YouTube Ads ในปี 2026

ปี 2026 การแข่งขันบน Facebook Ads และ TikTok Ads สูงขึ้นมาก ราคาต่อคลิกและต่อ 1,000 Impression ปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ YouTube Ads ยังมีราคาที่คุ้มค่ากว่าในหลายอุตสาหกรรม เหตุผลหลักที่ SME ไทยควรพิจารณาเพิ่ม YouTube Ads เข้าในแผนการตลาดมีดังนี้

ประการแรก ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่มากในไทย คนไทยดู YouTube ทุกกลุ่มอายุตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงานและผู้สูงอายุ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายกว่า TikTok ที่เน้นกลุ่มอายุน้อย ประการที่สอง YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่คนมา ค้นหาข้อมูล ดูรีวิว และเปรียบเทียบสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะสินค้าราคาสูงหรือสินค้าที่ต้องการความเข้าใจก่อนซื้อ

ประการที่สาม ข้อมูลการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของ Google มีความละเอียดและแม่นยำสูง คุณสามารถระบุได้ว่าต้องการโชว์โฆษณาต่อคนที่เพิ่งค้นหาสินค้าแบบเดียวกับคุณบน Google คนที่ดูวิดีโอคู่แข่งคุณ หรือคนที่มีพฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าใกล้จะซื้อสินค้า ประการสุดท้าย วิดีโอโฆษณาช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและอธิบายสินค้าได้ดีกว่ารูปภาพ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการการสาธิตหรืออธิบายวิธีใช้งาน

วิธีเริ่มต้นทำ YouTube Ads สำหรับ SME

การเริ่มต้นทำ YouTube Ads ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

ขั้นตอนที่ 1 สร้างบัญชี Google Ads ถ้ายังไม่มีให้ไปที่ ads.google.com แล้วสร้างบัญชีใหม่ เชื่อมต่อกับช่อง YouTube ของธุรกิจคุณ ขั้นตอนที่ 2 เตรียมวิดีโอโฆษณาและอัปโหลดขึ้น YouTube ก่อน วิดีโอ Skippable Ads ควรมีความยาว 30-60 วินาที และต้องดึงดูดความสนใจได้ภายใน 5 วินาทีแรก เพราะหลังจากนั้นคนสามารถข้ามได้แล้ว

ขั้นตอนที่ 3 สร้างแคมเปญใน Google Ads โดยเลือกวัตถุประสงค์ให้ตรงกับเป้าหมาย เช่น Brand Awareness, Product Consideration หรือ Conversions แล้วเลือกประเภทแคมเปญเป็น Video ขั้นตอนที่ 4 กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียด ทั้งด้านข้อมูลประชากร ความสนใจ พฤติกรรม และ Keywords ที่คนค้นหาบน YouTube ขั้นตอนที่ 5 ตั้งงบประมาณรายวัน สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำที่ 300-500 บาทต่อวัน เพื่อเก็บข้อมูลก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ดี

เทคนิคทำ YouTube Ads ให้ได้ผลจริง

เทคนิคแรกที่สำคัญที่สุดคือ Hook 5 วินาทีแรก เนื่องจากผู้ชมสามารถข้ามโฆษณาได้หลัง 5 วินาที คุณต้องดึงดูดความสนใจให้ได้ภายในเวลานั้น วิธีที่ได้ผลคือเริ่มด้วยคำถามที่โดนใจ เช่น ธุรกิจคุณยังไม่มีลูกค้าใหม่เพราะอะไร หรือโชว์ผลลัพธ์ที่น่าสนใจตั้งแต่ต้น

เทคนิคที่สองคือใช้ Remarketing ให้เป็นประโยชน์ คุณสามารถตั้งค่าให้โฆษณา YouTube แสดงต่อคนที่เคยเข้าเว็บไซต์คุณแต่ยังไม่ได้ซื้อ หรือคนที่ดูวิดีโอ YouTube ของคุณแล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ กลุ่มนี้มีโอกาสแปลงเป็นลูกค้าสูงมากและต้นทุนโฆษณาต่ำกว่าการหาคนใหม่

เทคนิคที่สามคือทดสอบ Creative หลายแบบ อย่ายึดติดกับวิดีโอเดียว ให้สร้างวิดีโอหลายเวอร์ชันที่มี Hook ต่างกัน ข้อเสนอต่างกัน หรือมุมมองต่างกัน แล้วปล่อยทดสอบพร้อมกัน จากนั้นดูว่าวิดีโอไหนมี View Through Rate สูงกว่า CTR ดีกว่า และ Cost Per Conversion ต่ำกว่า แล้วค่อยหยุดวิดีโอที่ผลไม่ดี เพิ่มงบให้วิดีโอที่ผลดี

งบเท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำ YouTube Ads ได้

หนึ่งในคำถามที่ SME ถามบ่อยที่สุดคือต้องใช้งบเท่าไหร่ ความจริงคือ YouTube Ads ไม่มีงบขั้นต่ำที่กำหนดตายตัว คุณสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 100 บาทต่อวัน แต่เพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจและปรับแต่งแคมเปญ แนะนำให้ตั้งงบที่ 300-500 บาทต่อวันในช่วงแรก

สำหรับต้นทุนต่อการดู (CPV หรือ Cost Per View) ในไทย ปกติอยู่ที่ 0.30-1.50 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและการแข่งขัน ถ้าคุณตั้งงบ 300 บาทต่อวัน อาจได้ผู้ชมวิดีโอของคุณ 200-1,000 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสื่อโฆษณาประเภทอื่น

วัดผล YouTube Ads ด้วย Metrics อะไรบ้าง

การวัดผล YouTube Ads ที่ดีต้องดู Metrics หลายตัวประกอบกัน ตัวแรกคือ View Rate หรืออัตราการดูวิดีโอจนครบ ถ้า View Rate ต่ำกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ อาจต้องปรับปรุง Hook ของวิดีโอ ตัวที่สองคือ CTR หรือ Click-Through Rate ซึ่งบอกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่เห็นโฆษณาแล้วคลิก ตัวที่สามคือ Conversion Rate ซึ่งสำคัญที่สุดเพราะบอกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่คลิกแล้วกลายมาเป็นลูกค้า

นอกจากนี้ยังต้องดู ROAS หรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณา ถ้า ROAS ต่ำกว่า 3 เท่า แปลว่าคุณยังไม่ได้กำไรจากโฆษณา ต้องปรับปรุงทั้ง Creative ของวิดีโอ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และหน้า Landing Page ที่คนมาถึงหลังจากคลิกโฆษณา

Eruption Digital ช่วยคุณทำ YouTube Ads อย่างไร

Eruption Digital คือ Digital Marketing Agency ครบวงจรที่เชี่ยวชาญการทำโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง YouTube Ads ทีมของเรามีประสบการณ์บริหารแคมเปญ YouTube Ads สำหรับธุรกิจ SME ไทยหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค บริการ B2B อสังหาริมทรัพย์ และอีคอมเมิร์ซ

บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์แคมเปญ การเขียน Script วิดีโอที่ดึงดูดใจ การตัดต่อวิดีโอให้เหมาะกับแต่ละรูปแบบโฆษณา การตั้งค่าและบริหารแคมเปญ รวมถึงการวัดผลและรายงานที่เข้าใจง่าย ทุกบาทที่คุณลงทุนกับเราถูก Track อย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ถ้าคุณอยากเริ่มทำ YouTube Ads แต่ไม่รู้จะเริ่มจากไหน หรืออยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนให้ ปรึกษาทีม Eruption Digital ได้เลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เราพร้อมวิเคราะห์ธุรกิจของคุณและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

สรุป

YouTube Ads คือหนึ่งในช่องทางโฆษณาที่ SME ไทยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในปี 2026 ที่การแข่งขันบนแพลตฟอร์มอื่นสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ ระบบการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ และรูปแบบโฆษณาที่หลากหลาย YouTube Ads ช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมด้วยงบที่ควบคุมได้

สิ่งสำคัญคืออย่ารอให้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนเริ่ม เพราะการเรียนรู้จากการทดสอบจริงจะให้ผลดีกว่าการศึกษาทฤษฎีอย่างเดียวเสมอ เริ่มต้นด้วยงบเล็กๆ ทดสอบ วัดผล ปรับปรุง แล้วค่อยขยายเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ดี หรือถ้าต้องการทางลัดที่ได้ผลเร็วกว่า ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Eruption Digital ช่วยจัดการให้คุณได้เลย

Recent Posts

See All
TikTok Ads คืออะไร วิธีทำโฆษณา TikTok ให้ปังสำหรับ SME ไทย

TikTok Ads คืออะไร มีกี่ประเภท และทำอย่างไรให้ได้ผล บทความนี้อธิบายทุกอย่างที่ SME ไทยต้องรู้เกี่ยวกับโฆษณา TikTok ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูง

 
 
 

Comments

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
bottom of page